|
AGLOCO™ Vision
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
อินเตอร์เน็ตได้สร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ ขึ้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า
ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
ที่สร้างมูลค่าให้กับระบบอินเตอร์เน็ต
แต่ก็ไม่เคยได้รับผลตอบแทนนั้นๆ Agloco™ ต้องการสร้างแนวคิดใหม่ เพื่อที่
เจ้าของระบบที่อาศัยการสร้างมูลค่าโดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จะได้คิดว่า
ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
สมควรได้รับผลตอบแทนในฐานะที่ช่วยให้ระบบของบริษัทเติบโตและมีคุณค่า
AGLOCO™ จะประสบผลสำเร็จ ถ้า..สามารถเปลี่ยนความคิดของเจ้าของระบบ ..
แทนที่จะมองว่า มีวิธีไหนที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต..จะช่วยพวกเขาสร้างบริษัท
เป็น..ถามว่า
มีวิธีไหนที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต..จะได้รับส่วนแบ่ง..ในฐานะผู้สร้างคุณค่าให้กับระบบ
AGLOCO™ เชื่อในสิ่งที่แตกต่างนี้ AGLOCO™ จึงได้สร้างปรัชญานี้ขึ้นมา..และเป็น
.. AGLOCO™ ทีมงานยินดีรับฟังข้อคิดเห็น เพราะว่า “บริษัทนี้เป็นของสมาชิก”
10. Member should be Owners.
AGLOCO™ ยึดถือว่า สมาชิกเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับบริษัทอินเตอร์เน็ต
จึงสมควรเป็นเจ้าของอินเตอร์เน็ต เป็นเรื่องที่เหมาะสมและถูกแล้วที่
ผู้สร้างคุณค่าและพัฒนาบริษัทสมควรจะได้รับรางวัล
9. Providers should be stewards.
AGLOCO™ สร้างระบบและผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นผู้สร้างคุณค่า ทีมงาน AGLOCO™
เป็นผู้ให้การบริการ ไม่ใช่เจ้าของระบบ
สตาฟฟ์ของระบบมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำในสิ่งที่
ถูกต้องให้กับชุมชนและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับชุมชนและจะต้องกระทำ
ในสิ่งที่ควรสำหรับชุมชน ในเมื่อได้รับเงินตอบแทนที่ดี
8. You can make money without changing anything you do.
AGLOCO™ ทำงานและทรงคุณค่า เกิดจากการใช้งานอินเตอร์เน็ต
การสืบค้นข้อมูล การเข้าดูโฆษณา การซื้อของ หรือบ้าง..ก็สร้างเงินจากการกระทำเหล่านี้
ระบบAGLOCO™ ในฐานะผู้สนับสนุนและบริการชุมชน จึงกลับคืนรายได้ให้กับสมาชิก
7. Privacy is not a nice to have, it is a must have.
AGLOCO™ ถือว่า ความเป็นส่วนตัวของสมาชิกมีคุณค่ายิ่งสำหรับชุมชน
ไม่ใช่..ควรเป็นความลับ แต่..จำเป็นต้องรักษา
6. Trust is everything
Agloco™ กำหนด นโยบายการเงินและการปันผลที่เกิดประโยชน์ให้กับสมาชิก
รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน
5. Every single Member benefits
สำหรับ AGLOCO™ สมาชิกทุกคนมีคุณค่าและมูลค่าในแต่ละความเป็นตัวตน
4. Members that own the community should help promote and police it
AGLOCO™
สร้างระบบและสมาชิก..ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของชุมชน..สมควรช่วยกันสร้างชุมชนและการดูแลชุมชน
3. A community with a shared sense of responsibility
AGLOCO™ ไม่ยอมรับงานโฆษณาหรือผลิตภัณฑ์ที่สังคมไม่ยอมรับ
AGLOCO™ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม
2. A global community
Agloco™ ไม่มีพรมแดน ไม่เลือกวัฒนธรรมและภาษา Agloco™
ต้องการเชื่อมโลกนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว
1. Free is too expensive
สำหรับ Agloco™ นั้น สมาชิกนั้นทรงคุณค่าและเป็นคุณค่าหลักของระบบ ..การให้บริการฟรี..
นั้น ไม่เพียงพอ..สมาชิกต้องได้รับผลตอบแทนทางการเงินด้วย
ด้วยแนวคิด
หลักการของ Agloco™ เหมือนกับ Alladventage
(บูมระยะหนึ่งในต่างประเทศ และล่มจม
เพราะนโยบายจ่ายแบบแน่นอน ทำให้ Alladventage ต้องควักกระเป๋าจ่ายให้สมาชิก
ขาดทุน 8,000 ล้านบาท)
แต่ต่างกันที่ Agloco ปันจ่ายให้สมาชิก ตามรายได้ที่เกิดจริง
และให้การให้สมาชิกเป็นเจ้าของระบบ (ในรูปสหกรณ์)
จากการที่จัดให้สมาชิกเป็นเจ้าของ Agloco™ จะทำให้ Agloco™
เติบโตได้อย่างรวดเร็ว อำนาจต่อรองจะมีพลัง
ขึ้นตามจำนวนสมาชิก Google , Yahoo, Msn และ Microsoft ก็คงหนาวๆร้อนๆ
สมาชิกที่ติดตามข่าวคราว ก็คงพอทราบแล้วนะครับ ว่า
ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายไหวตัวแล้วกับ การเกิดขึ้นของ
Agloco™
เช่น Microsoft กำลังจะซื้อ Yahoo การเกิดขึ้นของ Google news และ Google
video
ดีเกินกว่าจะมีอยู่จริง?
ทายสิครับอะไรที่ทำให้ Google, YouTube,
myPpace, Skype และเวบไซต์อื่นๆอีกมากมาย
ดังเป็นพลุแตก
แถมมีรายได้ต่อเดือนสูงจนผมเองไม่อาจเอื้อมเดา
และไม่กล้าคิดว่าเราจะทำอย่างนั้นได้
คำตอบคือ
Network ไงครับ
หรือง่ายๆก็คือผมและคุณและเพื่อนๆคุณนั่นแหละ
เรื่องง่ายๆ ที่บางที ใครก็คิดไม่ถึง
รายได้ของเวบไซต์เหล่านี้ก็มาจากค่าโฆษณาที่บริษัทต่างๆ
เค้ายอมจ่ายเพื่อให้คุณคนเห็น จนเกิดการซื้อสินค้า
หรือบริการที่เค้าขาย
ฉะนั้นใครมี Networkใหญ่ มีคนเข้าไปเล่นเยอะ
ก็มีโอกาสที่จะได้รายได้มากขึ้น คิดง่ายๆ
ถ้าบริษัทบัตรเครดิต อยากให้ผู้คนเข้ามาเป็นลูกค้า
(สมัครบัตรนั่นแหล่ะ) เค้าจะไปโฆษณาในไซต์เล็กๆ
ที่มีคนหลักร้อย หรือยอมจ่ายมากขึ้น
เพื่อโฆษณาในเวบไซต์ที่ผมบอกไปแล้วข้างต้น
สำหรับผู้เล่นทั่วไปอย่างเรา ได้อะไรครับบ้างครับ นอกจากความสนุกสนาน ได้พบปะผู้คน ได้ข้อมูล ได้อะไรต่อมิอะไร ส่วนเจ้าของไซต์น่ะ....“รับเช็ค”... ครับคุณผู้ชม
เอ!
แล้วถ้าเรามีเพื่อนมากรู้จักคนเยอะ มี Network
ใหญ่บ้างล่ะ ทำไงเราถึงจะมีเงินใช้เล่นๆบ้าง
นี่แหล่ะครับ เป็นที่มาของคำว่า “Economic
Network”
อันนี้ขอทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า
อย่าเพิ่งไปสับสนกับการขายตรงหรือ MLM (Multi
Level Marketing)
เพราะผมเองก็ไม่ค่อยสันทัดกับการชวนคนมาซื้อของแล้วได้ส่วนแบ่งจากเงินที่เค้าจ่ายลักษณะนี้
แต่ผมกำลังพูดถึง Agloco
ซึ่งเค้าใช้หลักการ Economic Network
คือใช้อินเทอร์เน็ต ในการสร้างฐานผู้ใช้ขึ้นมา
แล้วสร้างรายได้จากฐานผู้ใช้นี้
โดยที่ผู้ใช้ตาดำๆอย่างเรานี่แหล่ะ
ที่เป็นผู้ร่วมสร้าง network นี้
และแน่นอนครับ
เรามีส่วนในรายได้เหล่านั้นด้วยเช่นกัน
โดยที่เราไม่ต้องเสียอะไร ย้ำอีกทีนะครับว่า
ไม่ต้องเสียอะไร เราไม่เสียเพื่อน
ไม่เสียเพื่อนของเพื่อน ไม่เสียญาติ
และที่สำคัญเราไม่เสียตังค์ด้วยครับ
เพียงแค่เราสร้าง Network ขึ้นมา
และก็ใช้อินเทอร์เน็ตเดือนละ 5 ชั่วโมง (ง่ายกว่านี้
ไม่มีอีกแล้วครับ)
เพียงเท่านี้เราก็มีค่าขนมไว้กินเล่นๆเดือนละไม่กี่บาท
(ซักหมื่นสองหมื่นคงพอมั้ง)
อ้าว! แล้วบริษัทเค้าจะเอาตังค์ที่ไหนมาจ่ายค่าเหนื่อยนิ้วเราล่ะ ง่ายๆอีกเช่นกันครับ ก็เจ้า View Bar ที่เราติดตั้งไว้กับเบราเซอร์นั่นแหล่ะ มันจะแสดงโฆษณาให้เราเห็น ส่วนเราจะคลิกหรือไม่ก็เรื่องของเรา เมื่อ Agloco ได้เงิน เขาก็เอามาแบ่งเรา (90%แบ่งให้ Network ส่วน 10%เขาขอเป็นค่าบริหาร)
เท่านี้ Agloco ก็ได้ตังค์ เราก็ได้ตังค์ เพื่อนก็ได้ตังค์ บริษัทลงโฆษณาก็มีโอกาสขายของได้ (แต่ต้องเสียตังค์ให้เราก่อน อิอิ) แล้วมีใครเสีย จาก Economic Network บ้าง...คำตอบคือ ไม่มี
ส่วนการได้ตังค์มาทางใด เขาบอกว่ามี 2 วิธี คือ ให้เป็นเช็ค กับ โอนเงินผ่าน Paypal (ดังนั้นไปสมัครไว้ซะ)
_______เงินมาจากไหน___________________________________
1.Search : เมื่อเราใช้บริการค้นหาจาก Viewbar? ซึ่งแสดงผลตาม Search
Engine
ที่ร่วมมือกัน เช่น กูเกิ้ล โดย search engine
นั้นๆ จะแบ่งเปอร์เซ็นการแสดงผลให้
(เช่น กูเกิ้ล แบ่งให้เอโอแอล 0.1$
สำหรับสมาชิกที่ค้นหาผ่าน
เวบของ google เพียงแต่ว่าสมาชิกไม่ได้อะไรเลย)
2.Advertising : ใน panel ของ Viewbar?
จะมีพื้นที่สำหรับแสดงโฆษณาเล็กๆ
ซึ่งจะเชื่อมกับเวบไซต์ที่เรากำลังเปิดอยู่ หรือ
เชื่อมด้วย คีย์เวิร์ดนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า
Agloco ได้ค่าโฆษณาในการแสดงผล
3.Transaction Commission : หลายเวบไซต์ เช่น Commission Junction,
Click Bank ฯลฯ จะให้เปอร์เซ็น
ผู้ที่ซื้อของผ่านลิงก์ ซึ่ง Agloco ก็จะได้ส่วนแบ่งตรงนี้
(ตั้งแต่ 3%-75%) มาแบ่งกัน เพียงแต่ว่า ผู้ที่ซื้อ
จะไม่ได้ส่วนแบ่งตรงนี้
Software Distribution : หลายๆบริษัท
เมื่อมีซอฟท์วแร์ออกใหม่ มักจะยอมจ่ายค่าโฆษณา
เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดโปรแกรม รุ่นทดลองไปใช้
เช่น Adobe Acrobat, Adobe Flash
เป็นต้น (ซึ่งการที่มีผู้ใช้รุ่นทดลอง
มักจะตามมาด้วยการซื้อในรุ่นเต็ม)
4.Service Distribution : ผู้ให้บริการทั้งหลาย อาทิ ebay, paypal,
skype เป็นต้น
จะต้องมองมาที่ Agloco เมื่อเห็นว่า
มีสมาชิกที่กำลังออนไลน์จำนวนมาก
หรือสมาชิยังแอคทีฟอยู่ เพื่อนำเสนอบริการต่างๆ
5.Product Distribution : เมื่อมีสมาชิก ตกลงยอมใช้สินค้าทดลอง (จำพวก
Focus Group)
ผ่าน Viewbar? แล้ว Agloco จะได้ส่วนแบ่งจากการ
Referral
edit @ 2007/09/13 16:15:37
edit @ 2007/09/13 16:23:05
edit @ 2007/09/14 09:07:24
edit @ 2007/09/14 09:12:57